”โรคหอบหืด (ASTHMA)”

โรคหอบหืดเป็นโรคที่มีการอักเสบเรื้อรังของหลอดลมซึ่งเป็นผลจากปัจจัยทางพันธุกรรมและปัจจัยทางสิ่งแวดล้อมที่มีผลทำให้หลอดลมของผู้ป่วย มีปฏิกิริยาตอบสนองต่อสารก่อภูมิแพ้และสิ่งแวดล้อมมากกว่าคนปกติ(Bronchial Hyper-Responsiveness : BHR) ทำให้ผู้ป่วยเกิดอาการไปและหายใจไม่สะดวกจากหลอดลมตีบที่อักเสบ และสารเหล่านี้จะมีปริมาณเพิ่มขึ้น หลังจากผู้ป่วยสัมผัสกับสารภูมิแพ้จึงทำให้ผู้ป่วยเกิดอาการหอบหืดมากขึ้น ในรายที่ไม่ได้รับหารรักษาอย่างถูกต้อง การอักเสบเรื้อรังของหลอดลมนี้อาจนำปสู่การเกิดพังผืดและการหนาตัวอย่างมากซึ่งมีผลทำให้มีการอุดกั้นของหลอดลมอย่างถาวร

อาการ
- หายใจลำบาก มีกมีเสียงวี๊ดๆ สำหรับการหายใจเข้านั้นอาจยังทำได้ดี ถ้าหอบไม่มากนัก
- มีเสมหะเหนียวข้น เกิดจากการหดเกร็งของหลอดลมทั้งใหญ่และเล็ก เยื่อยบุหลอดลมบวม
- มีอาการไอ เหนื่อยหอบ มีเสมหะเหนียว
- แน่นหน้าอก

อาการที่ควรพบแพทย์
- มีอาการเหนื่อย
- มีอาการช่วงกลางคืน
- มีอาการไอ แน่นหน้าอก
- เสียงหายใจหวีด
- เหนื่อยเวลาออกแรง
- ค่าความเร็วของลมหายใจออกสูงสุด อยู่ระหว่าง 50-80% ของค่าที่ดีที่สุด

เป้าหมาย
- สามารถควบคุมอาการของโรคให้สงบลงได้
- ป้องกันไม่ให้เกิดอาการกำเริบของโรคยกระดับสมรรถภาพการทำงานของปอดผู้ป่วยให้ดี ทัดทเยมกับคนปกติหรือให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้
- สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้เช่นเดียวหรือใกล้เคียงกับคนปกติ
- หลีกเลี่ยงภาวะแทรกซ้อนต่างๆ จากยารักษาโรคหอบหืดให้น้อยที่สุด
- ป้องกันหรือลดการเสียชีวิตจากโรคหอบหืด

การรักษา
- ป้องกันไม่ให้เกิดสารกระตุ้น ผู้ป่วยควรหลีกเลี่ยงหรือขจัดสิ่งต่างๆ ที่อาจทำให้เกิดปฏิกิริยาภูมิแพ้หรือกระตุ้นอาการหอบหืดให้เกิดขึ้น
- ใช้ยารักษา ชนิดสูดร่วมกับยาขยายหลอดลมและยาอื่นขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการ และควรใช้ยาอย่างสม่ำเสมอ ตามคำแนะนำของแพทย์อย่างถูกต้อง
- ถ้าโรคหอบหืดมีอาการรุนแรงและเป็นบ่อย ควรใช้เครื่อง Peak Flow meter วัดการทำงานของปอดเป็นประจำ จะช่วยตัดสินใจปรับการรักษาได้รวดเร็ว และแก้ปัญหาหืดกำเริบเฉียบพลัน

การแนะนำวิธีหลีกเลี่ยงหรือขจัดสิ่งต่างๆ ที่ก่อให้เกิดปฏิกิริยาภูมิแพ้
- สารก่อภูมิแพ้ แบ่งเป็น
กลุ่มสารก่อภูมิแพ้ในอาคาร เช่น ไรฝุ่น แมลงสาบ สัตว์เลี้ยง สปอร์เชื้อรา
กลุ่มสารก่อภูมิแพ้นอกอาคาร เช่น เกสรหญ้า วัชพืช สปอร์เชื้อรา เป็นต้น
- สารระคายเคือง เช่น น้ำหอม กลิ่นสี น้ำยาหรือสารเคมี ละอองยาฆ่าแมลง ฝุ่นต่างๆ ควันต่างๆ รวมทั้งควันท่อไอเสียจากรถ ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ โอโซน เป็นต้น
- สภาวะทางกายภาพและการเปลี่ยนแปลงของอากาศ เช่น ลมพัดปะทะหน้าโดยตรง รวมทั้งอากาศร้อนจัด/เย็นจัด ฝนตก อากาศแห้ง/ชื้น
- การใช้ยาโดยเฉพาะกลุ่ม NSAID aspirin หรือ B2-blocker
- การติดเชื้อไวรัส ของทางเดินหายใจส่วนต้น
- อารมณ์แปรปรวน ภาวะเครียด
- สาเหตุอื่นๆ เช่น โรคหอบหืดที่ถูกกระตุ้น      - การออกกำลังกาย
- สารก่อภูมิแพ้ หรือสารระคายเคืองจากการประกอบอาชีพ
- โรคที่พบร่วมได้บ่อย และทำให้ควบคุมอาการโรคหอบหืดได้ไม่ดีหรือมีอาการกำเริบบ่อยๆ ได้แก่ โรคภูมิแพ้ของโพรงจมูก โรคไซนัสอักเสบเรื้อรัง โรคกรดไหลย้อน เป็นต้น

Message us