Klaimor Hospital Lamphun
053-581-998
เปิดบริการทุกวัน 24 ชั่วโมง
กลับไปบทความทั้งหมด
สูตินรีเวชอ่าน 5 นาที25 กรกฎาคม 2569

ความเสี่ยงและโรคที่เกิดจากเชื้อ HPV ในผู้ชาย

โดยทั่วไปเชื้อ HPV จะทำให้เกิดรอยโรคในจุดที่มีการสัมผัสเชื้อโดยตรง ผู้ชายที่ติดเชื้อจึงอาจเผชิญกับปัญหาสุขภาพได้หลายรูปแบบ ตั้งแต่หูดหงอนไก่ไปจนถึงมะเร็งในหลายอวัยวะ และเนื่องจากการตรวจคัดกรองในผู้ชายยังไม่มีมาตรฐานที่ชัดเจนเหมือนการตรวจมะเร็งปากมดลูกในผู้หญิง การป้องกันจึงมีความสำคัญเป็นพิเศษ

#HPV #หูดหงอนไก่ #วัคซีน HPV #สุขภาพผู้ชาย
ความเสี่ยงและโรคที่เกิดจากเชื้อ HPV ในผู้ชาย

โรคที่เกิดจากเชื้อ HPV ในผู้ชาย

โรคหูดหงอนไก่ จะมีลักษณะเป็นติ่งเนื้อหรือตุ่มขรุขระขึ้นตามอวัยวะเพศ ทวารหนัก หรือบริเวณรอบๆ แม้โรคนี้จะไม่กลายเป็นมะเร็ง แต่ก็สร้างความรำคาญใจและสามารถส่งต่อเชื้อไปยังคู่นอนได้

มะเร็งช่องปากและลำคอ เป็นมะเร็งที่พบได้บ่อยที่สุดในกลุ่มผู้ชายที่ติดเชื้อ HPV มักเกิดบริเวณด้านหลังของช่องปาก ความน่ากลัวคือระยะแรกมักไม่มีอาการ แต่หากปล่อยไว้จะเริ่มมีอาการเจ็บคอเรื้อรัง กลืนอาหารลำบาก หรือคลำเจอก้อนที่ลำคอ

มะเร็งอวัยวะเพศชาย แม้จะพบได้ไม่บ่อยนัก แต่ HPV สายพันธุ์ที่มีความเสี่ยงสูงก็เป็นหนึ่งในตัวการสำคัญ หากพบแผลเรื้อรังที่ไม่ยอมหาย มีก้อนเนื้อ หรือสีผิวบริเวณอวัยวะเพศเปลี่ยนไป ควรรีบพบแพทย์

มะเร็งทวารหนัก เกิดได้กับผู้ชายทุกคน ไม่ใช่เฉพาะกลุ่มชายรักชาย อาการเริ่มต้นมักคล้ายโรคริดสีดวงทวาร เช่น มีเลือดออก คัน เจ็บปวด หรือคลำเจอก้อนเนื้อ ทำให้ผู้ป่วยหลายคนชะล่าใจ

แนวทางการป้องกันเชื้อ HPV

แม้เชื้อนี้มักไม่แสดงอาการเตือนล่วงหน้า แต่สามารถป้องกันตัวเองได้ด้วยการฉีดวัคซีน ซึ่งเป็นวิธีที่ให้ผลลัพธ์ดีที่สุด โดยวัคซีนแบบ 4 สายพันธุ์ป้องกันหูดหงอนไก่และมะเร็งทวารหนักในผู้ชาย ส่วนแบบ 9 สายพันธุ์ครอบคลุมกว้างกว่า ช่วยลดความเสี่ยงทั้งมะเร็งช่องปาก ลำคอ ทวารหนัก และหูดหงอนไก่

ใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้ง เพื่อลดโอกาสรับเชื้อ HPV และป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ชนิดอื่นๆ

จำกัดจำนวนคู่นอน การไม่เปลี่ยนคู่นอนบ่อยๆ จะช่วยลดความเสี่ยงในการไปสัมผัสกับเชื้อได้มาก

การตรวจหาเชื้อ HPV ในผู้ชาย

ในปัจจุบันแพทย์สามารถตรวจหาเชื้อในผู้ชายได้ด้วยการเก็บตัวอย่างปัสสาวะ หรือการป้ายเก็บเชื้อ (Swab) บริเวณที่สงสัย อย่างไรก็ตาม การตรวจในผู้ชายยังไม่แพร่หลายและไม่มีแนวปฏิบัติที่เป็นมาตรฐานชัดเจนเหมือนการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกในผู้หญิง

ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เชื้อกลายเป็นมะเร็ง

โดยปกติระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายจะสามารถกำจัดเชื้อ HPV ออกไปได้เอง แต่หากภูมิคุ้มกันทำงานได้ไม่เต็มที่ เชื้อก็จะฝังตัวเรื้อรังและอาจพัฒนาเป็นมะเร็งได้

พฤติกรรมและปัจจัยที่ทำร้ายภูมิคุ้มกัน ได้แก่ พักผ่อนไม่เพียงพอ ขาดการออกกำลังกาย สูบบุหรี่ รับประทานอาหารที่มีสารปนเปื้อนก่อมะเร็ง รวมถึงการมีโรคประจำตัวที่ทำให้ภูมิคุ้มกันบกพร่องหรือกำลังใช้ยากดภูมิคุ้มกัน

คำแนะนำเรื่องอายุและการฉีดวัคซีน HPV สำหรับผู้ชาย

เนื่องจากการคัดกรองและรักษาหลังติดเชื้อในผู้ชายยังทำได้ยาก การฉีดวัคซีนจึงเป็นเกราะป้องกันที่ดีที่สุด

วัย 9–14 ปี เหมาะสมที่สุด เป็นช่วงที่ภูมิคุ้มกันร่างกายตอบสนองต่อวัคซีนได้ดีเยี่ยม และเด็กมักยังไม่เคยได้รับเชื้อมาก่อน ฉีดเพียงแค่ 2 เข็ม โดยเว้นระยะห่างกัน 6 เดือน

วัย 15–26 ปี ยังคงได้ประโยชน์จากวัคซีนอย่างมาก แต่ต้องฉีดทั้งหมด 3 เข็ม โดยเข็มที่ 2 ห่างจากเข็มแรก 1 เดือน และเข็มที่ 3 ห่างออกไปอีก 6 เดือน

อายุ 26 ปีขึ้นไป ยังสามารถฉีดได้ แต่ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเพื่อประเมินความเสี่ยง ความเหมาะสม และความคุ้มค่าเป็นรายบุคคล

More Articles

บทความที่เกี่ยวข้อง

ดูบทความทั้งหมด