Klaimor Hospital Lamphun
053-581-998
เปิดบริการทุกวัน 24 ชั่วโมง
กลับไปบทความทั้งหมด
นวัตกรรมการรักษาอ่าน 7 นาที2 มิถุนายน 2569

เข่าเสื่อม ปวดเข่า แต่ไม่อยากผ่าตัด รักษาได้อย่างไรบ้าง

โรคข้อเข่าเสื่อมเป็นโรคที่พบบ่อย ผู้ป่วยแต่ละรายอาจมีเป้าหมายในการรักษาต่างกัน สำหรับผู้ที่ยังเป็นไม่มากและอยากมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น หรือผู้ที่เป็นระดับกลางๆ แต่ยังไม่อยากผ่าตัด การรักษาแบบไม่ผ่าตัดอาจเป็นทางเลือกที่เหมาะสมกว่า โดยเริ่มจากการทานยาลดการอักเสบ การลดน้ำหนัก และการออกกำลังกายเสริมสร้างกล้ามเนื้อรอบหัวเข่า ร่วมกับการฉีดสารเข้าข้อเข่าซึ่งมีให้เลือกหลายแบบ

#ข้อเข่าเสื่อม #ฉีดเข่า #PRP #น้ำไขข้อเทียม
เข่าเสื่อม ปวดเข่า แต่ไม่อยากผ่าตัด รักษาได้อย่างไรบ้าง

วิธีการและจุดเด่นของการฉีดแต่ละแบบ

ฉีดสเตียรอยด์ (Steroid) ผสมกับยาชาเข้าไปในข้อเข่า ออกฤทธิ์เร็วโดยยับยั้งการอักเสบและลดปวด โดยมากลดอาการได้ภายใน 24 ชั่วโมง (เน้นลดปวด) แต่ไม่ควรฉีดเกิน 3–4 ครั้งต่อปี

ฉีดน้ำไขข้อเทียม (Hyaluronic Acid) ช่วยหล่อลื่นและดูดซับแรงกระแทกของข้อเข่า ลดการเสียดสีของกระดูกอ่อน ทำให้เคลื่อนไหวได้ดีขึ้น (เน้นลดปวด ลดขัด และหล่อลื่น) อยู่ได้นานกว่าสเตียรอยด์ ตั้งแต่ 6 เดือนถึง 1–2 ปี

ฉีดเกล็ดเลือดเข้มข้น (PRP) ของผู้ป่วยเอง ซึ่งผ่านกระบวนการปั่นแยกจนได้เกล็ดเลือดเข้มข้นสูง เพื่อปรับสมดุลน้ำในข้อ ลดการอักเสบ ชะลอการเสื่อม และกระตุ้นการฟื้นฟูของข้อเข่า (เน้นลดปวดและฟื้นฟู ชะลอเสื่อม)

เหมาะกับผู้ป่วยกลุ่มใด

สเตียรอยด์ เหมาะกับผู้ที่ปวดข้อเข่าจากการอักเสบ ผู้ที่รับประทานยาแล้วไม่ดีขึ้น หรือผู้ที่กินยาลดอักเสบไม่ได้

น้ำไขข้อเทียม เหมาะกับผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อมระยะเริ่มต้นถึงปานกลาง ผู้ที่ทานยาแก้ปวดร่วมกับการทำกายภาพแล้วยังไม่ดีขึ้น ผู้ที่เข่าไม่ได้อักเสบชัดเจนจนต้องฉีดสเตียรอยด์ หรือผู้ที่รอผ่าตัด/ไม่พร้อมหรือไม่สามารถผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมได้

PRP เหมาะกับผู้ที่อายุยังไม่มากเกินไป กระดูกอ่อนยังไม่เสียหายมาก เข่าเสื่อมเล็กน้อยถึงปานกลาง ผู้ที่ไวต่อยาต้านการอักเสบ (NSAIDs) และผู้ที่เป็นไม่มากแต่อยากเน้นฟื้นฟูกลับไปใช้งานเต็มที่หรือลดโอกาสในการต้องผ่าตัด

ผลข้างเคียงและข้อจำกัด

สเตียรอยด์ อาจทำให้เนื้อเยื่อบริเวณข้อเข่าเสียหาย ผิวบริเวณที่ฉีดบางลงและสีผิดปกติ เพิ่มโอกาสติดเชื้อ และมักได้ผลดีที่สุดในการฉีดครั้งแรกๆ จึงไม่เหมาะกับการรักษาระยะยาว หากฉีดไปสักพักแล้วยังไม่ดีขึ้นควรเปลี่ยนวิธี

น้ำไขข้อเทียม ลดปวดได้ช้ากว่าสเตียรอยด์ อาจมีข้อเข่าบวมปวดจากสารแปลกปลอม และไม่แนะนำในผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อมรุนแรงหรือข้อผิดรูปมากเพราะได้ผลไม่ดีเท่าที่ควร

PRP อาจมีข้อเข่าบวมและปวดหลังฉีดประมาณ 1–3 วันในแต่ละครั้ง และจำเป็นต้องฉีด 3 ครั้งเพื่อผลการรักษาที่ดีที่สุด ทั้งนี้ไม่ควรทำในผู้ที่กำลังอักเสบติดเชื้อระยะลุกลาม ผู้ที่เป็นโรคเลือดหรือมีภาวะเลือดออกผิดปกติ ผู้ป่วยโลหิตจาง หรือสตรีที่กำลังตั้งครรภ์ จึงควรปรึกษาแพทย์เพื่อเลือกวิธีที่เหมาะสม

More Articles

บทความที่เกี่ยวข้อง

ดูบทความทั้งหมด