Klaimor Hospital Lamphun
053-581-998
เปิดบริการทุกวัน 24 ชั่วโมง
กลับไปบทความทั้งหมด
นวัตกรรมการรักษาอ่าน 6 นาที30 พฤษภาคม 2569

การรักษาข้อเข่าเสื่อมด้วย PRP คืออะไร

การฉีดเกล็ดเลือดเข้มข้น (Platelet Rich Plasma; PRP) เป็นการรักษาทางเลือกสำหรับอาการข้อเข่าเสื่อม โดยฉีดเกล็ดเลือดเข้มข้นลงไปบริเวณหัวเข่าโดยตรง เกล็ดเลือดนี้เก็บจากเลือดของผู้ป่วยเองจึงปลอดภัยและไม่เกิดการต่อต้านของร่างกาย เลือดที่เก็บมาจะผ่านกระบวนการปั่นแยกจนได้พลาสมาเกล็ดเลือดเข้มข้น เพื่อช่วยปรับสมดุลของน้ำในข้อและกระตุ้นการฟื้นฟูของข้อเข่า

#PRP #ข้อเข่าเสื่อม #ฉีดเข่า #เวชศาสตร์ฟื้นฟู
การรักษาข้อเข่าเสื่อมด้วย PRP คืออะไร

PRP ช่วยฟื้นฟูข้อเข่าได้อย่างไร

เมื่อข้อเริ่มเสื่อม สมดุลของสารในน้ำไขข้อจะเสียไป โดยเกิดสารที่กระตุ้นการอักเสบมากขึ้นและสารที่กระตุ้นการฟื้นฟูลดลง การที่ผิวข้อเข่าเริ่มขรุขระเสียดสีและเจ็บปวดทำให้หลั่งสารอักเสบมากขึ้นจนสมดุลของน้ำไขข้อเสียไป

เกล็ดเลือดที่ฉีดเข้าไปจะช่วยปรับสมดุลของน้ำไขข้อ ลดการอักเสบ และยังมีโอกาสกระตุ้นการฟื้นฟูผิวข้อ เพราะในเกล็ดเลือดมี Growth Factor และโปรตีนสำคัญที่ช่วยซ่อมแซมฟื้นฟูระดับเซลล์และชะลอการเสื่อมของผิวข้อ ต่างจากการฉีดสเตียรอยด์ที่ลดปวดลดอักเสบเพียงอย่างเดียวแต่ไม่ได้กระตุ้นการฟื้นฟู

เหมาะกับผู้ป่วยระยะใด และการเตรียมตัว

การฉีด PRP เข่าเหมาะกับผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อมระยะแรกถึงปานกลาง คือมีการเสื่อมแต่ยังไม่มาก ยังไม่คดหรือโก่ง หากเข่าเสื่อมรุนแรงมาก การฉีด PRP อาจไม่เห็นผลชัดเจน และแพทย์อาจต้องพิจารณาผ่าตัดใส่ข้อเข่าเทียมหรือวิธีอื่น

การเตรียมตัว ได้แก่ พบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยและเลือกวิธีที่เหมาะกับระยะโรค ผู้ป่วยต้องไม่มีภาวะขาดน้ำเพราะจะทำให้ดูดเลือดได้ยาก งดยาตามแพทย์สั่งก่อนฉีดประมาณ 2 สัปดาห์ โดยเฉพาะยาลดการอักเสบ ยาละลายลิ่มเลือด และยาต้านเกล็ดเลือด รวมถึงควบคุมโรคประจำตัว เช่น เบาหวานและไขมันในเลือดสูงให้ดี เพราะมีผลต่อคุณภาพของเกล็ดเลือด

โดยทั่วไปจะฉีด 3 ครั้ง ห่างกันครั้งละ 1 สัปดาห์ และควรทำโดยผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น หลังฉีดควรงดยาต้านการอักเสบและสเตียรอยด์ หากปวดสามารถใช้ยาแก้ปวดหรือประคบเย็นเพื่อบรรเทาอาการได้

ข้อดีของการฉีด PRP รักษาข้อเข่าเสื่อม

ผลข้างเคียงน้อยหรือแทบไม่มี เพราะเป็นสารจากเลือดของผู้ป่วยเอง ฟื้นฟูรักษาข้อเข่าเสื่อมได้อย่างตรงจุด และช่วยหลีกเลี่ยงการผ่าตัดข้อเข่าในรายที่ยังเสื่อมไม่มาก

ใช้เวลารักษาน้อยและได้ผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพ ทำให้คุณภาพชีวิตของผู้ป่วยดีขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยไม่ต้องทนทรมานกับอาการปวดเข่า เข่าฝืด หรือลุกนั่งลำบาก อย่างไรก็ตามการฉีด PRP ต้องอาศัยเทคนิคการเตรียมและการฉีดที่ดีจึงจะให้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

More Articles

บทความที่เกี่ยวข้อง

ดูบทความทั้งหมด