รองช้ำ อาการ สาเหตุ และวิธีดูแลตัวเอง
รองช้ำเกิดจากการอักเสบหรือฉีกขาดของเอ็นพังผืดใต้ฝ่าเท้าที่ทำหน้าที่รองรับการกระแทกและกระจายแรงจากน้ำหนักของร่างกายในขณะที่เราลงน้ำหนักเวลาเดิน เมื่อความยืดหยุ่นของเอ็นและกล้ามเนื้อลดลง จะเกิดแรงตึงตัวระหว่างเอ็นพังผืดใต้ฝ่าเท้าและส้นเท้ามากขึ้น จนทำให้ส้นเท้าและเอ็นพังผืดได้รับความเสียหายจากการฉีกขาดหรืออักเสบ
อาการของรองช้ำ
ปวดบริเวณส้นเท้าในแนวของพังผืดใต้ฝ่าเท้า และเจ็บแปลบบริเวณส้นเท้าหรือฝ่าเท้าหลังตื่นนอนหรือก่อนนอน โดยเฉพาะก้าวแรกของวัน
ลักษณะการเจ็บเหมือนโดนของแหลมหรือของแข็งแทงขึ้นมาจากใต้ส้นเท้า อาการปวดอาจลดลงเมื่อได้เดินต่อเนื่องระหว่างวัน อย่างไรก็ตามอาการปวดส้นเท้ายังมีอีกหลายสาเหตุ เช่น ไขมันอุ้งส้นเท้าฝ่อ ปวดจากเส้นประสาท หรือกระดูกส้นเท้าช้ำ หากไม่มั่นใจควรพบแพทย์
สาเหตุของโรครองช้ำ
ความเสื่อมของร่างกายตามอายุและการใช้งาน น้ำหนักตัวที่มากเกินไป และการยืนหรือเดินนานเกินไปหรือเดินตลอดทั้งวัน
รองเท้าที่ไม่เหมาะสม เช่น รองเท้าพื้นแข็งหรือส้นสูง โครงสร้างของเท้า เช่น อุ้งเท้าแบนหรืออุ้งเท้าสูงผิดปกติ ภาวะกระดูกงอกบริเวณส้นเท้า รวมถึงภาวะเอ็นร้อยหวายหดตึงหรือกล้ามเนื้อน่องหดตึงที่ดึงรั้งพังผืดส้นเท้ามากขึ้น
การดูแลตัวเองและการรักษา
การรักษาต้องทำอย่างต่อเนื่องเพื่อให้อาการหายขาด เพราะพฤติกรรมและกิจวัตรประจำวันส่งผลโดยตรงต่อตัวโรค การดูแลตัวเองเบื้องต้น ได้แก่ ใช้รองเท้าที่เหมาะกับเท้า ใช้แผ่นรองหรือรองเท้าส้นนิ่ม หลีกเลี่ยงรองเท้าส้นสูงและการเดินเท้าเปล่า พักกิจกรรมที่ต้องใช้ฝ่าเท้านานๆ
แช่เท้าด้วยน้ำอุ่นทุกวันครั้งละ 15–20 นาที โดยแช่ให้มิดข้อเท้าและเอ็นร้อยหวาย และที่สำคัญที่สุดคือหมั่นกายภาพบำบัดตนเองด้วยการยืดกล้ามเนื้อน่องและพังผืดฝ่าเท้าเป็นประจำทุกวัน แนะนำให้พบแพทย์หรือนักกายภาพเพื่อทำให้ถูกวิธี
การรักษาเพิ่มเติมหลังพบแพทย์และวินิจฉัยชัดเจน ได้แก่ การใช้ Shockwave และการฉีด PRP (Platelet Rich Plasma) หากการรักษาเชิงอนุรักษ์ยังไม่ได้ผลอาจจำเป็นต้องผ่าตัด แต่โอกาสที่จะรุนแรงถึงขั้นผ่าตัดนั้นน้อยมาก
More Articles
บทความที่เกี่ยวข้อง

ทำความรู้จักไวรัส HPV และวัคซีนป้องกัน
HPV เป็นไวรัสที่ติดต่อได้ง่ายและมักไม่แสดงอาการ แต่การติดเชื้อเรื้อรังชนิดความเสี่ยงสูงคือจุดเริ่มต้นของมะเร็งหลายชนิด มาทำความเข้าใจสายพันธุ์ วัคซีน และการคัดกรอง

ความเสี่ยงและโรคที่เกิดจากเชื้อ HPV ในผู้ชาย
หลายคนเข้าใจว่า HPV เป็นเรื่องของผู้หญิงเท่านั้น แต่ผู้ชายก็เสี่ยงต่อหูดหงอนไก่และมะเร็งช่องปาก ลำคอ ทวารหนัก และอวัยวะเพศ ซึ่งการคัดกรองยังทำได้ยากกว่า
